การเลือกใช้ยาช่วยนอนหลับ
28/07/2025
อาการนอนไม่หลับที่พบบ่อยในร้านยามี 2 ประเภทหลัก คือ นอนหลับยาก (delayed sleep onset) และตื่นบ่อยหรือตื่นมาไม่สดชื่น (poor sleep quality) โดยสาเหตุเกิดจากหลายปัจจัย เช่น พันธุกรรม ความผิดปกติของการส่งสัญญาณในสมอง โรคประจำตัว ยาบางชนิด รวมถึงปัจจัยทางจิตใจและพฤติกรรม
ในอดีตบุคลากรทางการแพทย์มักเลี่ยงการจ่ายยาช่วยนอนหลับ เนื่องจากยาส่วนใหญ่กดการทำงานสมอง ทำให้เกิดฤทธิ์ง่วงนอน แต่มีอาการข้างเคียงง่วงซึมระหว่างวัน และทำให้ความทรงจำลดลง เพิ่มโอกาสเป็นโรคสมองเสื่อม อย่างไรก็ตามในปัจจุบันมีการศึกษายาและค้นพบยาใหม่เพิ่มมากขึ้น ทำให้การเลือกใช้ยาช่วยนอนหลับมีทางเลือกเพิ่ม โดยยาที่สามารถช่วยการนอนสามารถแบ่งกลุ่มตามการควบคุมการสั่งจ่ายได้ ดังนี้
- กลุ่มยาที่ไม่สามารถจำหน่ายที่ร้านยาได้ เนื่องจากเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท เช่น ยาลอราซีแพม (lorazepam), โคลนาซีแพม (clonazepam) และ โซลพิเดม (zolpidem) ยากลุ่มนี้ต้องรับจากแพทย์เท่านั้น
- กลุ่มยาที่ไม่สามารถจำหน่ายที่ร้านยาได้ เนื่องจากเป็นยาควบคุมพิเศษ และยังต้องติดตามสถานะเฝ้าระวังอาการไม่พึงประสงค์ เช่น ยาเล็มโบเร็กแซนท์ (lemborexant) ซึ่งเป็นยาใหม่ที่ถูกค้นพบไม่นาน มีประสิทธิภาพช่วยนอนหลับ ไม่ทำให้ติดยา และสามารถใช้ได้ค่อนข้างปลอดภัยในผู้สูงอายุ ในอนาคต ประชาชนอาจเข้าถึงยากลุ่มนี้ได้เพิ่มมากขึ้น
- กลุ่มยาอันตรายที่สามารถจำหน่ายได้ในร้านยา
- กลุ่มยาแก้แพ้แบบง่วง (anti-histamines) เช่น คลอร์เฟนิรามีน (chlorpheniramine), ไฮดรอกซีซีน(hydroxyzine), ด็อกซีลามีน (doxylamine) ยากลุ่มนี้ไม่แนะนำให้ใช้ในผู้สูงอายุ เนื่องจากทำให้คอแห้ง ตาพร่า ปัสสาวะขัด และทำให้ความทรงจำลดลง เพิ่มโอกาสเป็นโรคสมองเสื่อม
- กลุ่มยาต้านเศร้า (anti-depressant)
- ยาด็อกเซปิน (Doxepin) ในขนาดต่ำ (≤6 มก./วัน) เป็นหนึ่งในยาทางเลือกของผู้สูงอายุ เนื่องจากไม่พบอาการข้างเคียงปากแห้ง ตาพร่า ปัสสาวะขัด หรือ ความทรงจำลดลง เมื่อใช้ยาในขนาดต่ำ
- ทราโซโดน (Trazodone) ขนาดต่ำ (12.5-100 มก./วัน) เป็นหนึ่งในทางเลือกของผู้ป่วยโรคสมองเสื่อม เนื่องจากยาไม่ทำให้ความทรงจำลดลง แต่อาการข้างเคียงที่อาจพบได้ คือ ความดันต่ำขณะเปลี่ยนท่า จึงควรแนะนำให้ผู้ป่วยเปลี่ยนท่าจากนอนเป็นนั่งเป็นยืนช้า ๆ ป้องกันการวูบล้ม
- ยาเมลาโทนินชนิดออกฤทธิ์เนิ่น (prolong-released melatonin) ยานี้ยังมีประสิทธิภาพไม่แน่นอน ใช้ได้ผลในผู้ที่อายุ >55 ปี แต่อาการข้างเคียงน้อย ทำให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่ยังเลือกที่จะลองใช้ยาตัวนี้ต่อไป
- กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและสมุนไพร
- แมกนีเซียม เชื่อว่าช่วยทำให้นอนหลับได้เร็วขึ้น และยาวนานขึ้น แต่ยังไม่มีการยืนยันว่าขนาดกี่มิลลิกรัมที่มีประสิทธิภาพเพียงพอในการช่วยนอนหลับ อาการข้างเคียงที่อาจพบได้ คือ ถ่ายเหลว
- สมุนไพรคาโมมายด์ เห็ดหลินจือ วาร์เลอเรียน ในแนวทางการรักษาของยุโรปไม่แนะนำให้ใช้ เนื่องจากประสิทธิภาพไม่แน่นอน และยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพ เช่น ปริมาณสารสกัด แหล่งที่มาของสมุนไพร พื้นที่และช่วงเวลาการเก็บเกี่ยว
- กรดอะมิโนกลูทามีน ยังไม่มีการกล่าวถึงในแนวทางการรักษาใด
นอกจากการรักษาด้วยการใช้ยาแล้ว ยังมีการรักษาแบบไม่ใช้ยาที่แนะนำ คือ การแนะนำให้ผู้ป่วยตื่นตรงเวลาทุกวัน เพื่อปรับวงจรการนอนของร่างกาย กรณีที่เข้านอนแล้วยังนอนไม่หลับนานเกิน 15 นาที ให้ลุกไปทำกิจกรรมผ่อนคลายอย่างอื่นก่อน ไม่ฝืนข่มตาหลับต่อ และไม่ควรงีบหลับตอนกลางวันนานเกินไป เป็นต้น
บทความโดย ภก.ภัคพงษ์ แพร่สกุลเจริญกิจ
References
แนวเวชปฏิบัติโรคนอนไม่หลับในประเทศไทย 2568
Alternative treatments to selected medications in the 2023 American Geriatrics Society Beers Criteria
Designed by Freepik