Call Center: (02)538-2229
สำนักงาน: (02)538-7900
Fax: (02)538-5508
E-mail: bangkokdrugstore@yahoo.com facebook
โรคไตเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้าย และมีแนวโน้มพบสูงขึ้นเรื่อย ๆ จากข้อมูลสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยในปี พ.ศ. 2565 พบว่ามีผู้ป่วยรายใหม่ที่รักษาด้วยวิธีฟอกไตทางช่องท้อง 4,993 ราย และฟอกเลือด 13,004 ราย และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต ดังนั้นโรคไตเรื้อรังจึงเป็นปัญหาที่มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้นหากขาดการจัดการอย่างเหมาะสม
โรคไตเรื้อรัง คือ ภาวะที่ไตมีผิดปกติของโครงสร้างหรือหน้าที่การทำงานของไตติดต่อกันเกิน 3 เดือน
อาการของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง
โดยปกติ ช่วงระยะแรกผู้ป่วยบางรายอาจไม่มีอาการแสดง แต่จะทราบว่าเป็นโรคไตจากผลการตรวจเลือดหรือผลตรวจปัสสาวะผิดปกติที่บ่งบอกว่าการทำงานของไตลดลง เมื่อการทำงานของไตลดลงมากจนถึงระยะหนึ่งร่างกายจะเริ่มแสดงอาการผิดปกติ ซึ่งสามารถพบอาการได้ดังนี้
หนังตา ใบหน้า เท้า ขา และลำตัว บวม
ลักษณะปัสสาวะผิดปกติ เช่น ขุ่น เป็นฟอง ปัสสาวะเป็นเลือด ปัสสาวะเป็นสีชาแก่ หรือ สีน้ำล้างเนื้อ
การถ่ายปัสสาวะผิดปกติ เช่น ปัสสาวะบ่อย แสบขัด ปริมาณน้อย
ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน
ปวดหลัง คลำได้ก้อนบริเวณไต
ท้องอืด ท้องเฟ้อ คลื่นไส้ อาเจียน
เบื่ออาหาร การรับรสอาหารเปลี่ยนไป
ซีด อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ไม่มีแรง ไม่กระฉับกระเฉง
ปวดศีรษะ นอนหลับไม่สนิท
สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดโรคไตเรื้อรัง ได้แก่ผู้ที่มีประวัติดังต่อไปนี้
โรคเบาหวาน
โรคความดันโลหิตสูง
โรคแพ้ภูมิตนเอง (Autoimmune disease) ที่อาจก่อให้เกิดไตผิดปกติ
ตรวจพบนิ่วในไตหรือในระบบทางเดินปัสสาวะ
อายุมากกว่า 60 ปี ขึ้นไป
โรคหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular disease)
ผู้ที่เคยตรวจแล้วพบว่ามีมวลเนื้อไตลดลง หรือมีไตข้างเดียว ทั้งที่เป็นมาแต่กำเนิดหรือเป็นในภายหลัง
มีประวัติญาติสายตรง (พ่อ แม่ พี่น้อง) เป็นโรคถุงน้ำในไตชนิดถ่ายทอดทางพันธุกรรมชนิดยีนเด่น (Autosomal dominant cystic kidney disease) หรือตรวจพบถุงน้ำในไตมากกว่า 3 ตำแหน่งขึ้นไป
มีประวัติไตวายเฉียบพลัน
ได้รับยาแก้ปวดกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (Non-Steroidal Anti-Inflammatory Drugs; NSAIDs) หรือสารที่มีผลกระทบต่อไต (Nephrotoxic agents) เป็นประจำ
โรคติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะส่วนบนซ้ำหลายครั้ง
โรคเก๊าท์ (Gout) หรือระดับกรดยูริคในเลือดสูง
มีประวัติโรคไตเรื้อรังในครอบครัว
ใช้ยาสมุนไพรติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน
โรคติดเชื้อในระบบต่างๆ (Systemic infection) ที่อาจก่อให้เกิดโรคไต
แนวทางการชะลอความเสื่อมของไต
1. ควบคุมความดันโลหิต
2. ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
3. หลีกเลี่ยงการใช้ยาหรือสมุนไพรที่เป็นอันตรายต่อไต เช่น ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ยาสมุนไพร เช่น หญ้าหนวดแมว ลูกยอ ตลอดจนยาลูกกลอนและสมุนไพรที่ไม่ได้มาตรฐานต่าง ๆ
4. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากกว่าปกติหรือรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูงมากกว่า 1.3 กรัมต่อน้ำหนักตัวต่อวัน จะทำให้ความดันในไตสูงขึ้นทำให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น คำแนะนำของสมาคมโรคไตจึงแนะนำว่า
a. คุมน้ำหนัก ให้ค่าดัชนีมวลกายอยู่ระหว่าง 18-23 กก./ตร.ม.
b. ออกกำลังกายในระดับที่มีความหนักปานกลางอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ หรือระดับที่เหมาะสมต่อสภาพของระบบหัวใจและหลอดเลือดและสภาพร่างกาย
c. รับประทานโปรตีนที่เหมาะสม ควรรับประทานโปรตีนที่ดี เลี่ยงโปรตีนจากเนื้อแดงหรือโปรตีนที่ผ่านการแปรรูป
d. งดการสูบบุหรี่ เพราะบุหรี่จะทำให้การทำงานของไตลดลงและมีโปรตีนอัลบูมินรั่วในปัสสาวะมากขึ้น
ผู้ที่มีความเสี่ยงของโรคไตควรเข้ารับการตรวจคัดกรองภาวะความผิดปกติของไต นอกจากนี้ ในปัจจุบันยังมีชุดตรวจคัดกรองโดยการใช้ปัสสาวะเพื่อตรวจหาอัลบูมินที่รั่วในปัสสาวะ เป็นการหาความผิดปกติของไตในระยะเริ่มต้น สามารถตรวจด้วยตนเองที่บ้าน ก็จะช่วยให้การตรวจและรับการรักษาสะดวกมากขึ้น
บริษัท กรุงเทพดรักสโตร์ จำกัด
2585/2 ถนนลาดพร้าว(ใกล้ปากซอยลาดพร้าว 87)แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310
โทร: (02)538-7900 แฟกซ์: (02)538-5508
E-mail: bangkokdrugstore@yahoo.com
[คลิกที่ภาพเพื่อดูแผนที่ขนาดใหญ่]