อาหาร/อาหารเสริม

ประโยชน์ของฟักทอง

23/05/2024
ประโยชน์ของฟักทอง

ประโยชน์ของฟักทอง

1. ปกป้องสายตาและบำรุงสายตา

  • ฟักทองอุดมไปด้วย Vitamin A ที่มาจากสาร Beta Carotene ซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดสีส้ม/แดง/เหลืองในฟักทอง ซึ่ง Vitamin A นั้นมีส่วนช่วยบำรุงสายตา และช่วยในการมองเห็นตอนกลางคืน
  • มี Luteins และ Zeaxanthin ที่มีส่วนช่วยชะลอความเสื่อมของดวงตาจากอายุที่มากขึ้น อย่างโรคจอประสาทตาเสื่อมและต้อกระจก เป็นต้น
  • มีวิตามินซีและวิตามินอีที่ช่วยต่อต้านสารอนุมูลอิสระที่มาทำร้ายดวงตา

2. เสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกาย

  • วิตามินต่างๆที่พบในฟักทองนั้นมีบทบาทในการผลิตและเสริมสร้างการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาวหรือระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆได้ดียิ่งขึ้น และ Vitamin C ที่พบในฟักทองเองก็อาจช่วยบรรเทาอาการจากหวัดได้อีกด้วย

3. มีส่วนช่วยในการลดน้ำหนัก พร้อมเสริมสร้างการย่อยอาหารและการขับถ่ายให้ดีขึ้น

  • ฟักทองมีปริมาณไฟเบอร์หรือใยอาหารมาก ซึ่งการรับประทานไฟเบอร์นั้นจะช่วยให้เราอิ่มนานขึ้น ลดความอยากอาหาร ช่วยให้กระบวนการย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น และมีส่วนช่วยรักษาและป้องกันอาการท้องผูกได้อีกด้วย

4. เสริมสุขภาพผิวพรรณ

  • สารในฟักทองเช่น Vitamin A, Beta-carotene, Luteins, Zeaxanthin ล้วนมีประโยชน์ต่อการเสริมสร้างด้านสุขภาพผิวทั้งสิ้น โดยจะช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดและอันตรายจากรังสี UV ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์และมีสุขภาพดี ลดปัญหาผิวที่เกิดจากแสงแดดอย่างริ้วรอยเป็นต้น 
  • ยิ่งไปกว่านั้นฟักทองยังมี Vitamin C ที่ใช้ในการผลิตคอลลาเจนซึ่งเป็นโปรตีนชนิดหนี่งที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของผิวหนัง หากเราขาดคอลลาเจนไปก็อาจมีปัญหาเกี่ยวกับผิวในอนาคตได้ ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอยบนใบหน้า ผิวหนังแห้ง และขาดความชุ่มชื้น เป็นต้น

 

5. ลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง

  • มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับอาหารที่มี Beta-Carotene สูง พบว่าอาจช่วยลดโอกาสของการเกิดโรคมะเร็งบางชนิดได้ เช่น มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งที่คอ มะเร็งตับอ่อน มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งเต้านม เป็นต้น ซึ่งมาจากคุณสมบัติในด้านการต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อเซลล์ภายในร่างกายและอาจนำไปสู่โรคมะเร็งได้นั่นเอง

นอกจากนี้ ประโยชน์ของฟักทองที่ได้รับการศึกษาวิจัยยังมีอีกหลายประการ เช่น ช่วยป้องกันโรคหืดและโรคหัวใจ ลดความเสี่ยงของโรคอ้วน หรือกระทั่งเสริมสุขภาพเส้นผม เป็นต้น

บทความโดย ภก.ภูริวัจน์ เลิศเดชธนะศักดิ์

Refferences.